ชิปปิ้ง COVID-19 กับผลกกระทบทั้งดีและร้ายต่ออุตสาหกรรมธุรกิจทั่วโลก!

ชิปปิ้ง Covid-19 kiglogistics_WEB ชิปปิ้ง ชิปปิ้ง COVID-19 กับผลกกระทบทั้งดีและร้ายต่ออุตสาหกรรมธุรกิจทั่วโลก! Covid 19 kiglogistics WEB

ชิปปิ้งทุกแบรนด์ต่างได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะการระบาดของ Coronavirus และโรค Covid-19 ส่งผลให้การเริ่มต้นปีหนู อาจจะขรุขระไปบ้างในไตรมาสแรกของปี

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ (12 มี.ค. 2020) ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรค Covid-19 ทั่วโลกมีมากกว่า 121,564 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4,373 ราย

ส่วนนอกประเทศจีน มีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 32,778 รายในอย่างน้อย 109 ประเทศ ทั้งนี้ อิตาลีมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดรองจากจีน ตามด้วยอิหร่าน เกาหลีใต้ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา

ล่าสุด องค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศให้โรค Covid-19 เป็น ‘โรคระบาดใหญ่’ และเข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลให้หลายประเทศสั่งปิดเมือง ห้ามการรวมตัวหรือจัดกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งจำกัดการเดินทางเข้า-ออก

ด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว การพาณิชย์ การค้าโลก การลงทุน การขนส่ง (ชิปปิ้ง) และห่วงโซ่อุปทานเกิดความระส่ำระสาย Kig Logistics ผู้ให้บริการนำเข้าสินค้าจากจีน (ชิปปิ้งจีน) ได้รวบรวมเอาผลกระทบของ Covid-19 ที่มีต่อธุรกิจมาบอกกล่าว

อัตราการเติบโตทั่วโลกอายหยุดชะงัก

เพราะเศรษฐกิจจีนมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกหรือคิดเป็นส่วนแบ่ง 17% ของ GDP โลกที่เป็นส่วนทางการค้าและ 34% ของ GDP ในประเทศ ซึ่งมากกว่าในช่วงที่เกิดโรคระบาดซาร์สในปี 2003

โดยสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดหรือการแพร่กระจายของโรคอย่างรุนแรง จะถูกควบคุมในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้การเจริญเติบโตของ GDP ทั่วโลกอาจลดลงต่ำกว่า 2%

นอกเหนือจากการหยุดชะงักและการเติบโตที่ลดลงของ GDP ยังคาดการณ์ถึงการระบาดของโรคที่มีผลกระทบต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ เช่น ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อกันว่าราคาน้ำมันจะลดลง เนื่องจากความต้องการที่ลดลงจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมทั้งความต้องการน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง เนื่องจากเกิดข้อจำกัดด้านการเดินทาง

โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา ลาว พม่า ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม หรือประเทศที่มีการค้าและการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับจีน มีความเสี่ยงที่จะเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจโดยคิดเป็น 60-90% ของการส่งออก และ 50% ของรายได้จากการท่องเที่ยว

ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และยังเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงอันดับต้นๆ ของการระบาดของ Coronavirus จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยจนอาจต้องยกเลิกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวในปีนี้อีกด้วย

อีกประเทศที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษคือเยอรมนี ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก หากการระบาดของโรค Coronavirus ย่ำแย่ลงไปอีก คาดการณ์ว่าสถานการณ์การเติบโตนั้นอาจใกล้เป็นศูนย์ในปีนี้ จากยอดขายรถยนต์ที่ลดลง ในขณะที่อินเดีย ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 5 ของโลกและเป็นผู้นำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากจีน คาดการณ์กันว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากการนำเข้าที่ลดลงจากประเทศจีน และอาจเกิดภาวะเงินเฟ้อด้านอาหารในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020

สำหรับเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะเห็นการนำเข้าค้าปลีกลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ 1 ปี 2020 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ปี 2019 นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จีนจะผิดนัดชำระตามเป้าหมายหลายประการ เช่น สินค้าเกษตร (ภายในเดือนธันวาคม ปี 2021) ที่ได้ตกลงอยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนระยะที่ 1 ในเดือนมกราคม ปี 2020 เนื่องจากการปิดท่าเรือจีน ทำให้การขนส่งหรือชิปปิ้งหยุดชะงัก และการเติบโตโดยรวมที่ลดลง

เกิดการเปลี่ยนแปลงและหาทางออกใหม่ๆ

การปิดกั้นในจีนทำให้การผลิดตและซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมยานยนต์ การเดินทาง และการท่องเที่ยว ด้านการดูแลสุขภาพ ส่งผลให้เกิดการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษ มณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด และเป็น 1 ใน 5 ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ที่สำคัญในประเทศจีน มีการปิดโรงงาน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น และด้วยสต็อกที่ลดลงอย่างรวดเร็ว การขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วโลก ก็ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตในปี 2020

ทางที่ดีควรเลื่อนการซื้อสมาร์ทโฟนในปีนี้ เนื่องจากการปิดโรงงานทำให้เกิดความวุ่นวายในซัพพลายเชน มีความล่าช้าในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และลดการผลิตในภาคการผลิตด้านเทคโนโลยี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ภัตตาคาร และผู้ให้บริการด้านการขนส่ง (ชิปปิ้ง) เองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางในภาคธุรกิจของจีน

ทว่า การที่สูญเสียบางอย่างไป ก็อาจมีสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่ เช่นเดียวกัน ขณะที่อุตสาหกรรมสายการบินได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่อุตสาหกรรมการบินของภาคเอกชนกลับมีการเติบโต เนื่องจากความมั่งคั่งในการใช้เครื่องบินไอพ่นสำหรับการเดินทางเพื่อทำธุรกิจและดึงดูดผู้บริหารระดับสูง

นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีแนวโน้มจะไปได้สวย อาทิ การค้าปลีกออนไลน์ที่กำลังประสบกับแรงผลักดันให้มีการเติบโต ด้วยภาษาจีนที่เปิดกว้างมากขึ้น ธุรกิจซื้อรถยนต์ออนไลน์ บริการส่งอาหารออนไลน์ ธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์เทคโนโลยีชีวภาพ

แม้ว่าการระบาดของ Coronavirus และโรค Covid-19 จะยังคงดำเนินต่อไป ทว่า นับจากนี้ไป ในหลายภาคส่วนย่อมมีการเตรียมความพร้อมรับมือ โดยเฉพาะทางด้านธุรกิจที่ต้องมีแผนสำรองไว้เมื่อเกิดสถานการณ์ซ้ำรอยเดิม

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *