ชิปปิ้งจีน แนะนำ 4 รูปแบบการขนส่งที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็ว!

ชิปปิ้งจีน 4 รูปแบบขนส่ง ชิปปิ้งจีน ชิปปิ้งจีน แนะนำ 4 รูปแบบการขนส่งที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็ว! 4                                   768x402

ชิปปิ้งจีน สำหรับธุรกิจขนส่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าหรือผู้ให้บริการชิปปิ้งจีน หรืออาจเลือกจากรูปแบบของการขนส่งให้สอดคล้องกับธุรกิจและประเภทของสินค้า

Kig Logistics ได้รวบรวมข้อมูลด้านการขนส่ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความเข้าใจและเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม

ประเภทการขนส่ง (Transportation) จำแนกออกทั้งหมด 4 ประเภท  ประกอบด้วย

  1. การขนส่งทางบก (Road or Motor Transportation)
  2. การขนส่งทางน้ำ (Water Transportation)
  3. การขนส่งทางอากาศ (Air Transportation)
  4. การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์ (Container Transportation)

การขนส่งแต่ละประเภทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. การขนส่งทางบก (Road or Motor Transportation) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
  • การขนส่งทางรถไฟ (Railroads) เหมาะกับการขนส่งสินค้าน้ำหนักเยอะ ปริมาณมาก และระยะทางไกล มีค่าบริการในอัตราไม่แพง การขนส่งสินค้าประเภทนี้จะมีกำหนดเวลาออกรถและถึงจุดหมายปลายทางในเวลาที่แน่นอน แต่มีเส้นทางที่ตายตัว ทำให้ความยืดหยุ่นในการขนส่งมีน้อย
  • การขนส่งทางรถบรรทุก (Truck Transportation) ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีความยืดหยุ่นของการจัดส่งสินค้าสูง และสามารถเลือกเส้นทางคมนาคมที่ดีที่สุดได้ เหมาะกับสินค้าขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ แต่อัตราค่าขนส่งค่อนข้างสูง ความปลอดภัยต่ำ และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากสภาพอากาศ การจราจร จึงไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนในการขนส่งได้
  1. การขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) เป็นการขนส่งที่มีมาแต่อดีตและได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีอัตราค่าบริการต่ำเมื่อเทียบกับอัตราค่าบริการขนส่งประเภทอื่น เหมาะกับการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ มีปริมาณมาก เป็นสินค้าที่ไม่เกิดความเสียหายได้ง่าย เช่น เครื่องจักร, ยานพาหนะ, แร่, ยางพารา เป็นต้น การขนส่งทางน้ำ ช่วยให้การขนส่งระหว่างประเทศเป็นเรื่องสะดวก เพราะใช้เส้นทางทะเล ซึ่งติดต่อกันทั่วโลกและขนส่งได้ในระยะไกล แต่ไม่สามารถกำหนดเวลาแน่นอนในการขนส่งได้ อาจทำให้ใช้เวลาในการขนส่งนาน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างเดินเรือ
  2. การขนส่งทางอากาศ (Air Transportation) เป็นการขนส่งที่รวดเร็วมากกว่าการขนส่งสินค้าประเภทอื่นๆ มีความปลอดภัยสูง เหมาะกับสินค้าที่อาจเกิดความเสียหายได้ง่าย สินค้าที่มีมูลค่าสูง สินค้าเน่าเสียง่าย และสินค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้งานในเวลาเร่งด่วน แต่ไม่เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก ขณะเดียวกันการขนส่งประเภทนี้ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในและนอกประเทศ แต่มีอัตราค่าใช้จ่ายสูงมากกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ
  3. การขนส่งระบบตู้คอนเทนเนอร์ (Container System) เป็นการขนส่งที่ใช้วิธีบรรจุสินค้าลงในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นตู้เหล็กขนาดใหญ่ และจัดส่งโดยรถบรรทุก รถไฟ หรือเรือ ไปยังจุดหมายปลายทาง ไม่มีการเคลื่อนย้ายขนถ่ายสินค้าในระหว่างการขนส่งเที่ยวนั้นๆ ด้วยการขนส่งโดยตู้คอนเทนเนอร์มีความแข็งแรง ทนทานต่อการเคลื่อนย้ายหรือสับเปลี่ยน ดังนั้น ตู้คอนเทนเนอร์จึงช่วยป้องกันสินค้าเสียหายชำรุดได้เป็นอย่างดี

การขนส่งแต่ละประเภท ย่อมเหมาะกับสินค้าที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการธุรกิจจึงควรพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากจีนหรือชิปปิ้งจีน ซึ่งปัจจุบันนิยมการขนส่งทางรถและทางเรือ แต่ส่วนใหญ่นิยมขนส่งทางรถมากกว่า เนื่องจากใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่าประมาณ 3-5 วัน ส่วนทางเรือใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังมี 5 ข้อดีของการนำเข้าสินค้าจากจีนที่ช่วยเป็นข้อมูลในการเลือกใช้รูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมได้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *